พนักงานลาออกบ่อย: 5 สาเหตุที่ไม่ใช่เรื่องเงินเดือน
ขึ้นเงินเดือนแล้วคนก็ยังลาออก ลองดู 5 สาเหตุที่มักถูกมองข้าม ตั้งแต่งานที่ไม่ตรงกับที่คุยไว้ ไปจนถึงคู่ทำงานที่เสียดทานกันทุกวัน พร้อมวิธีแก้ที่ทำได้จริง
27 ตุลาคม 2569
เวลาพนักงานยื่นใบลาออก คำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ "ได้ข้อเสนอที่ดีกว่า" แต่ถ้าคุยกันต่ออีกสักหน่อย หลายครั้งเงินเป็นแค่เหตุผลที่พูดง่ายที่สุด ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด คนที่ทำงานแล้วสบายใจ มักไม่รีบเปิดดูประกาศงานใหม่แม้จะมีคนเสนอเงินมากกว่าเล็กน้อย
ด้านล่างคือ 5 สาเหตุที่เจ้าของกิจการและ HR มักมองข้าม
1. งานจริงไม่ตรงกับที่คุยกันตอนสัมภาษณ์
ตอนสัมภาษณ์บอกว่าเป็นงานวางแผน แต่พอเข้ามาจริงต้องตามเอกสารทั้งวัน ความผิดหวังแบบนี้สะสมเร็วมาก ทางแก้คือเขียนประกาศงานจากงานที่ทำจริงในแต่ละสัปดาห์ และให้หัวหน้าตรงเป็นคนเล่าในวันสัมภาษณ์
2. หัวหน้ากับลูกน้องทำงานคนละจังหวะ
คนหนึ่งชอบตัดสินใจเร็ว อีกคนต้องการเวลาคิดให้รอบ ไม่มีใครผิด แต่ถ้าไม่มีใครพูดเรื่องนี้ ลูกน้องจะรู้สึกว่าถูกเร่งตลอด ส่วนหัวหน้าจะรู้สึกว่าลูกน้องช้า คำพูดที่ว่า "คนไม่ได้ลาออกจากบริษัท แต่ลาออกจากหัวหน้า" ได้ยินบ่อยก็เพราะเหตุนี้
3. นั่งผิดที่
คนที่เก่งเรื่องคิดระบบ ถูกวางให้ดูแลลูกค้าหน้าร้าน หรือคนที่ชอบพบคน ถูกวางให้นั่งทำรายงานทั้งวัน ผลงานจะออกมาพอใช้ได้ แต่คนทำจะเหนื่อยเกินกว่าที่ควร และสุดท้ายก็ไปหาที่ที่ตรงกับตัวเองมากกว่า
4. มองไม่เห็นทางไปต่อ
ไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่งใหม่เสมอไป บางคนแค่อยากรู้ว่าอีกปีข้างหน้าตัวเองจะเก่งขึ้นเรื่องอะไร ลองคุยเรื่องนี้กันทุก 6 เดือน และจดไว้ว่าตกลงอะไรกัน
5. คู่ทำงานที่เสียดทานกันทุกวัน
บางคู่คุยกันดีแต่งานติด บางคู่งานเดินแต่ต้องฝืนกันทุกครั้ง ถ้าปล่อยไว้นาน คนที่อดทนน้อยกว่าจะเป็นคนเดินออกไปก่อน การดูทีมเป็นคู่ ๆ จึงช่วยให้เห็นปัญหาก่อนที่จะมีใบลาออกมาวางบนโต๊ะ
เริ่มจากตรงไหนดี
- คุยกับคนที่ลาออกไปแล้ว ถามแบบไม่ตั้งแง่ว่าอะไรทำให้ตัดสินใจ
- คุยกับคนที่ยังอยู่ ว่าอะไรทำให้ยังอยู่
- ดูทีมทั้งทีมว่าใครเหมาะกับที่นั่งไหน และคู่ไหนเสริมกันหรือเสียดทานกัน ดูตัวอย่างรายงานได้ที่ รายงานทีมตัวอย่าง
ข้อมูลเหล่านี้ใช้ประกอบการตัดสินใจและเปิดบทสนทนา ไม่ใช่คำตัดสินว่าใครควรอยู่หรือไป
ลองกับทีม 3 คนของคุณได้ฟรีที่ ทีมลงตัว
คำแนะนำด้านจังหวะเวลาและความเข้ากันเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่รับประกันผลการสมัครงาน